ิbim100 ริดสีดวงทวาร งานวิจัย apco ภูมิสมดุล บิม100 โทร.082 959 2695 Line ID : @bim100apco
ReadyPlanet.com
dot dot
โรคเรื้อนกวาง รักษา
bim100 ริดสีดวงทวาร
ผลิตภัณฑ์ Bim 100
โปรโมชั่น
การชำระเงิน
สมัครสมาชิก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเอเชี่ยนไลฟ์
BIM100
สั่ง / จ่าย
bim100
ติดตามและติดตาม
ประสบการณ์ผู้ใช้ Bim100
รวมคลิปวีดีโอปัญหาสุขภาพ


ริดสีดวงทวาร

 ริดสีดวงทวารคือการที่หลอดเลือดที่ปลายลำไส้ใหญ่ และทวารหนักมีการบวมโป่งพอง และมีหลอดเลือดบางส่วนยื่นออกจากทวารหนัก

 โครงสร้างทวารหนัก

ภายในทวารหนัก (ทวารหนักอยู่ต่อจากลำไส้ใหญ่ตอนล่าง สุด เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนที่ต่อกับทวารหนัก) จะมีแนวเส้นที่เรียกว่า เส้นเด็นเทท หรือเส้นเพ็กทิเนท (Dentate line หรือ Pectinate line) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งทวารหนักออกเป็นส่วนล่างและส่วน บน ทั้งนี้เมื่อเกิดริดสีดวงทวารในส่วนที่อยู่ใต้ต่อเส้นเด็นเทท เรียกว่า “โรคริดสีดวงภายนอก(External hemorrhoids)” และเมื่อเกิดริดสีดวงทวารเหนือต่อเส้นเด็นเทท เรียกว่า “โรคริดสี ดวงภายใน (Internal hemorrhoids)”

โรดริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบได้บ่อย  โดยมีอาการทางทวารหนักที่สำคัญคือเลือดออกขณะและหลังถ่ายอุจจาระ   และติ่งเนื้อขอบทวาร อาการในระยะแรกมักเป็น ๆ หาย ๆ ไม่รุนแรง  ผู้ที่มีการดำเนินโรคมากขึ้นเรื่อย ๆ มีไม่มากนักและมักกินเวลานานหลายปีก่อนจะถึงระดับที่รุนแรง  ริดสีดวงแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

ริดสีดวงภายใน

 

คือ การที่เนื้อเยื่อของทวารหนัก  ที่อยู่สูงกว่าdentate line  เลื่อนตัวลงมาทางปากทวารหนักทำให้เกิดอาการเลือดออกขณะถ่ายอุจจาระ  หรือยื่นออกมาจากขอบทวารหนัก

 

ริดสีดวงภายนอก  

คือเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ dentate line ยืดออกเป็นติ่งเนื้อ

ริดสีดวงภายในแบ่งตามความรุนแรงเป็น 4 ระยะ คือ 

  •  ระยะที่ 1 ริดสีดวงอยู่เหนือ dentate line และไม่ยื่นออกมานอกขอบทวาร
  •  ระยะที่ 2 ริดสีดวงยื่นออกมานอกขอบทวาร ขณะถ่ายอุจจาระและเลื่อนกลับเข้าไปในทวารหนัก หลังถ่ายอุจจาระ
  • ระยะที่ 3 ริดสีดวงยื่นออกนอกขอบทวาร  ขณะถ่ายอุจจาระ และหลังถ่ายอุจจาระต้องดันกลับเข้าไปในทวารหนัก
  • ระยะที่ 4 ริดสีดวงยื่นออกนอกทวารหนักตลอดเวลา

ริดสีดวงทวารภายในและภายนอกจะเกิดร่วมกันได้บ่อยครั้ง การดูแลรักษาพิจารณาจากชนิด และ ความรุนแรงของโรค  ทั้งนี้การรักษามุ่งเพื่อบรรเทาอาการ  และไม่จำเป็นต้องขจัดหัวริดสีดวงทวารที่มีอยู่ทั้ง

สาเหตุของริดสีดวงทวาร

เกิดจากการที่หลอดเลือดดำหรือเนื้อเยื่อรอบทวารมีความดันสูงทำให้หลอดเลือดมีการโป่งพองออก โดยเฉพาะเมื่อเวลาเบ่งอุจาระ

 

ผู้ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดริดสีดวงทวาร

  •  ท้องผูก การนั่งแช่นานๆ รวมทั้งนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ ทำให้ต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ แรงเบ่งจะเพิ่มความดัน และ/หรือการบาดเจ็บในกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพอง หรือหลอดเลือดขอดได้ง่าย
  • ท้องเสียเรื้อรัง การอุจจาระบ่อยๆจะเพิ่มความดัน และ/หรือการบาดเจ็บต่อกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด เช่นกัน
  •  อายุ ผู้สูงอายุจะมีการเสื่อมของเนื้อเยื่อต่างๆรอบหลอดเลือด รวมทั้งของกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด หลอดเลือดจึงโป่งพองได้ง่าย
  • การตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักของครรภ์จะกดทับลงบนกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด จึงเกิดหลอดเลือดบวมพองได้ง่าย
  • โรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน ส่งผลให้เพิ่มแรงดันในช่องท้องและในอุ้งเชิงกรานสูงขึ้น เช่นเดียวกับในหญิงตั้งครรภ์
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก จึงเกิดการกดเบียดทับ/บาดเจ็บต่อกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดส่วนนี้เรื้อรัง จึงมีเลือดคั่งในหลอดเลือด เกิดโป่งพองได้ง่าย
  • โรคแต่กำเนิดที่ไม่มีลิ้นปิดเปิด (Valve) ในหลอดเลือดดำในเนื้อเยื่อหลอดเลือดซึ่งช่วยในการไหลเวียนเลือด จึงเกิดภาวะเลือดคั่งในหลอดเลือด จึงเกิดหลอดเลือดโป่งพองง่าย
  • อาจจากพันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงกว่า เมื่อครอบครัวมีประวัติเป็นโรคริดสีดวงทวาร

อาการของโรคริดสีดวงทวาร

  • มีก้อนเนื้อปลิ้นจากภายในขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และยุบกลับเข้าไปเมื่อหยุดเบ่ง เมื่อเป็นมากต้องดันจึงจะกลับเข้าไป     และขั้นสุดท้ายอาจย้อยอยู่ภายนอกตลอดเวลา
  • มีเลือดแดงสดหยดออกมา หรือพุ่งออกมาขณะเบ่งถ่าย หรือหลังถ่ายอุจจาระจำนวนแต่ละครั้งไม่มากนัก ไม่มีอาการปวด หรือแสบขอบทวาร หรือพบเลือดบนกระดาษชำระ เลือดที่ออกจะไม่ปนกับอุจจาระไม่มีมูก และมักหยุดได้เอง อาการเหล่านี้จะเป็นๆหายๆ
  • เมื่อเป็นมาก หลอดเลือดจะบวมมาก รวมทั้งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบหลอดเลือดจะบวมออกมาถึงปากทวารหนัก เห็นเป็นก้อนเนื้อนิ่ม ปลิ้นโผล่ออกมานอกทวารหนัก ซึ่งในภาวะเช่นนี้ จะก่ออาการเจ็บปวดได้
  • นอกจากอาการดังกล่าวแล้วผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการคันรอบทวารหนัก
  • อาจจะมาด้วยอาการมีมูกหลังจากถ่ายอุจาระ
  • เมื่อมีลิ่มเลือดเกิดในริดสีดวงที่โป่งพองจะก่ออาการปวด เจ็บ บวม และก่ออาการระคายเคืองบริเวณรอบปากทวารหนัก และอาการคัน แต่มักไม่ค่อยพบมีเลือดออกจากติ่งเนื้อนี้

1. การวินิจฉัยริดสีดวงทวาร 

หลักการวินิจฉัยที่สำคัญ

  • คือ การแยกโรคออกจากโรคอื่น ๆเช่นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก
  • ตรวจดูขอบทวารหนัก ส่วนใหญ่จะปกติ   หรือ อาจเห็นริดสีดวงทวารหนักยื่นออกมา
  • การตรวจทวารหนักด้วยนิ้วมือ (PR) ไม่ช่วยวินิจฉัยริดสีดวงทวารหนัก แต่ช่วยตรวจแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายริดสีดวงทวารหนัก โดยเฉพาะก้อนหรือแผลบริเวณทวารหนักหรือภายใน rectum
  • การตรวจด้วยส่องดูทวารหนัก anoscope  จะตรวจพบหัวริดสีดวงภายในได้ชัดเจน ควรทำเสมอเพื่อการวินิจฉัยโรคที่แน่นอน
  • การตรวจด้วยส่องด้วยกล้อง sigmoidoscope  ควรทำในรายที่มีอายุมาก    และจำเป็นต้องทำถ้ามีประวัติขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง  หรือถ่ายเป็นมูก ปนเลือด หรือคลำก้อนได้ภายในทวารหนัก
  • การส่งตรวจด้วยสวนสี x-ray ลำไส้ใหญ่ barium enema หรือการส่องกล้องดูลำไส้ใหญ่ colonoscopy ใช้ตรวจในกรณีทีอาการไม่ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไรหรือมีอาการอื่น ๆ รวมทั้งตรวจในผู้ป่วยสูงอายุ
  • การตรวจร่างกายตามปกติ

จะต้องรายงานแพทย์ทุกครั้งหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • น้ำหนัดลงชัดเจน
  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่นท้องผูกสลับกับท้องผู้ก
  • มีการเปลี่ยนแปลงของสีอุจาระ
  • อุจาระมีเลือดปน
  • พบมูกในอุจาระ

 

 

 

 


 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ โทร. 082 959 2695

Line ID : @bim100apco




ปัญหาสุขภาพต่างๆ

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Aids)
ภูมิแพ้อากาศ
วุ้นตาเสื่อม
แพ้ภูมิตัวเอง-SLE
น้ำในหูไม่เท่ากัน-บ้านหมุน
เก๊าท์
รูมาตอยด์
ไมเกรน-ปวดหัว
ผื่นแพ้คันที่ผิวหนัง
เบาหวาน
โรคกรดไหลย้อน
โรคกระเพาะอาหาร
ซีสต์-เนื้องอก
ข้อเข่าเสื่อม article
มะเร็ง, มะเร็งเต้านม article
สะเก็ดเงินที่หัว | สะเก็ดเงิน ศีรษะ article
โรคไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroid)
ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)
หอบหืด-ไซนัส



Copyright © 2012 All Rights Reserved.

เว็บไซต์ เฮลท์ตี้นะ ดอทคอม (HealthyNa.com) เป็นตัวแทนจำหน่าย บิมร้อย (Bim100) อย่างถูกต้องของบริษัท เอเชี่ยนไลฟ์ จำกัด
จัดทำโดย : นางสาว ศศลักษณ์ อิศรางกูร สมาชิกของบริษัทฯ
ที่อยู่ : เลขที่ 2051 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
โทร : 082-959-2695
อีเมล์ : healthynabim100@gmail.com
เว็บไซต์ : www.healthyna.com

Bim100,บิม,บิม100,บิมร้อย,Operation bim